Comparing Hotel Elite Status in 2020

อันนี้ เป็นบทความ ที่ตั้งใจในการทำมา ของการทำเพจ นี้เลยนะครับ

เนื่องจากมีสมาชิกเครือ โรงแรมหลายเชน ในโลกนี้ จริงๆ มีเยอะกว่านี้
แต่ผมขอเขียน 5 เชน หลักๆ ที่คนไทย ถือมากที่สุดในตอนนี้ก่อนนะครับ

คือ Accor / Marriott / IHG / Hilton / Hyatt

เนื่องจากช่วงนี้การแข่งขันโรงแรม เชน ต่างๆ มีการแข่งขันที่รุนแรงมากๆ
ออกโปรโมชั่น ทั้งแต้ม ราคา และ การเลื่อนสถานะสมาชิก แบบดีที่สุด ที่เคยมีมาแล้ว

ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่คนไทย จะได้โรงแรมคุณภาพสูง ราคาถูก และ
ได้สัมผัสระดับของสมาชิกของเครือ ต่างๆ ในระดับที่สูง หรือ ระดับท๊อป

แต่การที่ทุกคนจะเก็บทุกเครือ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วครับ

บทความนี้ จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ เลือกเครือโรงแรมที่จะถือ
ในช่วง 2 – 3 ปีต่อจากนี้ หรือจะถือยาวๆ

และเป็นโอกาสที่จะลองพัก โรงแรมต่างๆ ในเครือนั้นๆ เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ
ผมแจ้งไว้อย่างนี้ละกัน นะครับ โรงแรมต่อให้ Hardware ดีแค่ไหน

สุดท้าย การตัดสินว่า โรงแรมนี้ดี หรือ ไม่ดี จะตัดสินที่การบริการครับ ดังนั้น นอกจากราคาแล้ว
ผมถือว่าการบริการของเชน หรือ โรงแรมนั้นๆ เป็นการตัดสินใจหลักๆ เลย

บทความนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงนะครับ
คือ แบ่งเปรียบเทียบ สิทธิประโยชน์ของแต่ละเครือโรงแรม 5 เครือ

ในแต่ละ ระดับ
1. Bottem Elite ระดับล่าง
2. Mid Elite ระดับกลาง
3. Top Elite ระดับบน จนถึง สูงสุดของแต่ละเครือ

ทำเป็นตารางในแต่ละระดับครับ
ช่วงที่ 4 ผมจะเขียน ข้อดี ข้อเสีย แต่ละเครือโรงแรมนะครับ
แต่ขอแจ้งว่าจะเป็น ความเห็นส่วนตัวของผม นะครับ

หลายๆ ท่านจะทราบว่า ผมถือ IHG เป็นหลัก จะเป็นมุมมองของคนที่ถือ IHG เทียบกับ เครืออื่น
สุดท้าย ก็จะเป็นการสรุป หลักๆ เหตุผม ว่าทำไม ผมเลือกที่จะถือ IHG เป็นเครือหลักตอนนี้

ปกติ Bloger สายโรงแรม ต่างประเทศ จะถือเครือโรงแรมกัน 1 – 2 เครืออยู่แล้ว
แต่ก็จะมีการย้ายเครือ สังกัด เรื่อยๆ นั้นแหละ ครับ
วันนี้ ผมยังโอกาสกับ IHG อยู่ แล้ว วันหน้า
มีการเทคโอเวอร์ เปลี่ยนแปลง ผมก็จะมีโอกาสย้ายเครือได้ครับ

1. Bottem Elite ระดับล่าง

มาเริ่มที่ระดับล่างก่อน นะครับ แต่ไม่ใช่ระดับเริ่มต้น ที่สมัครได้ฟรีนะครับ

ALL คนไทยส่วนมาก ว่าถือ ALL ระดับ Silver ทั้งนั้นแหละครับ
เพราะว่าได้จาก Accor Plus จะเห็นว่าแลกไม่สามารถแลกนอนฟรีได้เหมือน
เครืออื่นนะครับ 2000 แต้มแลกเป็นเครดิตเอา ไม่กะรันตีอัพเกรด
แต่ก็มีเลท เช็คเอาท์ให้เหมือนทุกเครือ และคนไทยก็จะตันอยู่ตรงนี้กันหมด – -“

Marriott Bonvoy ผมว่าพอปรับโปรแกรมแล้วแอบโหดขึ้นเยอะเลยครับ
เก็บได้แต่เป็น Night เท่านั้น นอนอย่างเดียวเลย
ระดับ Silver สิทธิประโยชน์ไม่ได้มีอะไรมาก
แต่ต้องนอน 10 คืน โรงแรม หัวหิน พัทยา ใกล้ๆ ตอนนี้ราคาก็ 4 – 5 พันบาทต่อคืน
ถ้าเป็น Coutyard By Marriott Pattaya ขึ้นมาผมว่าน่าจะเบากระเป๋าขึ้นมาหน่อย

IHG ตอนนี้ พอมี Ambassdor ให้ Platinum ก็แนะนำให้สมัครเพื่อเอา
Platinum อัพเกรดห้องไปเลย แต่ถามว่าจริงๆ ระดับ Gold
ผมพักส่วนมากก็ได้อัพเกรดนะ IHG ปั้มจากซื้อแต้ม ไม่แนะนำให้เก็บ Night
ปกติ พัก Holiday Inn Express พัก 2000 นิดๆ + ซื้อแต้ม 3000 แต้ม ได้แต้ม 3500 แต้ม
นอน 3 ครั้งก็ได้แล้ว ปั้มแต้มเอา

Hilton ระดับ ก็ไม่มีอะไรมาก แต่ Hilton ในไทยมีโรงแรม ไม่เยอะมาก
แถมราคายังประมาณหนึ่งเลย แต่ยังดีที่เก็บเป็น Stay ได้นะครับ

Hyatt Hyatt ปกติมีโรงแรมทั่วโลกค่อนข้างน้อยครับ แล้วโรงแรมส่วนมากราคาค่อนข้างสูง
ยกเว้น Hyatt Place ที่สมาชิก World of Hyatt ได้ อาหารเช้าฟรีด้วย
นอน 10 คืนง่ายกว่าเก็บแต้มเยอะ
ถึง Hyatt ได้ Small Luxury Hotel เข้ามาในกลุ่ม ราคาโรงแรมของ SLH ก็แรงเหมือนกัน
แต่ Hyatt สิทธิประโยชน์ ค่อนข้างดีครับ อยากให้ Hyatt Place ขึ้นเยอะๆ

2. Mid Elite ระดับกลาง

มาต่อกันที่ ระดับกลาง นะครับ

ระดับสิทธิประโยชน์ ที่มีเหมือนกัน คือ อัพเกรดห้องนะครับ
แต่จะมีของ Hilton ให้อาหารเช้า มาด้วย

ALL ระดับ Gold จริงๆ เป็นระดับนี้ง่ายมากๆ แต่คนไทย ไม่ค่อยจะรู้วิธี
ปั่นระดับนี้ นะครับ ถ้าทำวิธีปกติ 30 คืนโหดมากเหมือนกันครับ
วิธีงานที่สุด ชอบการปั่น Gold ซื้อ Ibis Business Card ราคา 90 Euro
ก็ได้มาแล้วละครับ สิทธิประโยชน์ ที่เพิ่มมาก็เอา อัพเกรดห้องครับ

Marriott Bonvoy ระดับ Gold เมื่อก่อน Starwood ให้อาหารเช้าสำหรับ
Gold ครับซึ่งคุ้มมากๆ แต่ตอนนี้ ไม่มีอาหารเช้า
ระดับ Gold ต้องนอน 25 คืน แต่วิธีที่ไวกว่า คือการทำ Fast Track
และการทำ Status Match ซึ่งเอาจริงๆ ทำเพื่อเอา Gold ยังไงก็ไม่คุ้มครับ
เพราะได้แค่อัพเกรดห้อง กับ Welcome Point เท่านั้นครับ
เพราะคงต้องสถานะในแต่ละปี ก็ต้องนอน ปี 25 คืน

IHG สำหรับ เมื่อก่อนทำ Platinum ยากประมาณหนึ่งเลย
ต้องนอน 40 คืน หรือ 40000 แต้ม เพื่อเอาอัพเกรด กับแต้ม 50% เท่านั้น
เอามาปั้มแต้ม เป็นหลัก นะ ของ IHG
แต่เดี๋ยว ทำง่ายสุดๆๆ จ่าย 200 USD หรือ 40000 แต้มสมัคร Ambassador
ก็ได้แล้ว ถึงได้บอกว่า Ambassador ใหม่โกงมากๆ
แถมนอน Intercon ,Regent ก็ได้ สิทธิประโยชน์แล้ว เครดิต 20 USD
อาหารเช้า 1 คน ที่โซนประเทศจีน เช็คเอาท์ เลท 4 โมงเย็น

Hilton ผมว่าในระดับ นี้ Hilton ดีที่สุดแล้ว ให้อาหารเช้า สำหรับสมาชิก
ถึงไม่ได้เป็น Buffet ก็เถอะ ได้อัพเกรดห้อง
ปกติต้องนอน 40 คืน หรือ 20 Stay แต่สามารถ มี โปรโมชั่น Visa ออกมาเรื่อยๆ
นอน 1 คืน หรือ Status Match นอน 10 คืน
แถมได้โบนัส แต้มอีก 80% ให้มาเยอะจริงๆ
ผมยังเสียดาย ที่ไทย โรงแรมของฮิลตันน้อยไปนะครับ ไม่งั้นจะเก็บ Hilton ได้ง่ายกว่านี้
สิทธิประโยชน์ ก็ได้อาหารเช้า อัพเกรดห้อง ครับ

Hyatt สำหรับ Hyatt ก็เก็บยากทุกระดับจริงๆ – –
ระดับ Explorist ระดับนี้แทบจะเทียบ กับระดับล่างเลย แทบไม่ต่างกัน
กะรันตี อัพเกรดห้อง เพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง
แต่ระดับ มี Fast Track 10 คืน ให้ทำนะครับ
แต่บางรอบเหมือนให้แต่พนักงาน บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น
ตอนนี้ World of Hyatt ทำยากเหมือนกันครับ

3. Top Elite ระดับสูงสุด

ระดับสูงสุด ของในแต่ละเครือ แล้วนะครับ

มาดูกันนะครับว่าแต่ละเชน จะจัดเต็มสิทธิประโยชน์ สำหรับสมาชิก แค่ไหน
เอาจริงๆ ไทยเอง ไม่มีเยอะนะครับ
ที่จะเป็นสมาชิกระดับท๊อปๆ ของแต่ละเครือได้
เนื่องด้วยประเทศไทย ไม่มีบัตรเครดิตที่ Co-Brand Chain Hotel
เหมือนที่ อเมริกา EU หรือ ญี่ปุ่น มีกัน บัตรเครดิต ช่วยในการปั่นระดับได้เยอะมากครับ

ผมอยากให้เกิดในไทยนะ

ALL

ปีนี้ ALL เปลี่ยนชื่อระบบโปรแกรมใหม่ ทำให้มีระดับสูงสุด
ระดับใหม่ขึ้นมาครับ คือระดับ Diamond

เอาที่ Platinum ก่อน เมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้ว Platinum ทำง่ายครับ เพราะ
ปั่นแต้มเอา และแต้มจากโปรโมชั่นทั้งหมด เอามานับการเลื่อนสถานะได้
แต่พอเปลี่ยนระบบ ทำยากขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องไปดูฝั่งแต้มครับ แพงมาก
ง่ายที่สุดของการทำ Platinum ของ ALL คือนอน 60 คืน ครับ

แนะนำช่วงนี้ราคา Ibis ถูก ครับนอนยาวๆ 60 คืนก็ 6 – 8 หมื่นบาทเท่านั้น
แถม ALL จะให้ Night ที่นอนปีนี้ ยกเอาไปนับปีหน้าได้อีก
เป็น Platinum ยาวๆ จนจบปี 2022 ต้นปี 2023 เลยทีเดียว
ส่วนสิทธิประโยชน์ของ Platinum โซนบ้านเราคุ้มค่า ที่จะทำแน่นอนครับ
เพราะได้ทั้งอาหารเช้า ได้ทั้ง Club Lounge มีของพิเศษตามแบรนด์อีก
โรงแรม Novotel Mercure ก็มีเลานจ์บริการ ได้ทั้งเช็คอินเร็ว และ เช็คเอาท์ เลท
ฟินๆ กันไปเลยนะครับ

ส่วนระดับสูงสุดอันใหม่ Diamond ของ ALL น่าจะเอามารองรับลูกค้าระดับสูง
ที่ ALL ไปเทคโอเวอร์ Raffles Fairmont มานะครับ ทำยากมาก
คือนอน ราวๆ 10400 EU ก็ 4 แสนบาท ครับตอนนี้ได้แค่อาหารเช้าฟรี
กับให้ Gold คืนอื่นได้ กับ บัตรกำนัล 25 EU 4 ใบ ไม่น่าทำเลย
รอดูจะมีสิทธิประโยชน์อะไรดีๆ เพิ่มมาบ้าง และ ALL ไม่มี Lifetime นะครับ

Marriott

เอาระดับที่คนส่วนมาก จับต้องได้นะครับ

คือ Platinum ปกติ Platinum ต้องนอน 50 คืน
ไม่มี Stay ไม่เก็บแต้ม แบบ Hilton และบอกว่า
Marriott Down Grade สมาชิกจริงๆจังๆมาก ทำไม่ถึงก็โดนลด
เมื่อก่อน Marriott ถ้านอนไม่ถึง 50 คืนเพื่อรักษา Platinum ไม่ได้
จะเอาแต้ม จ่ายเข้าไปเพื่อคงสถานะไว้นะครับ ตอนนี้ไม่มีมา 1 – 2 ปีแล้ว

ส่วนวิธีการทำ Platinum ง่ายที่สุด คือ Fast Track ที่คนสนใจช่วงนี้กันเยอะครับ
ปกติ Fast Track จะมาเป็นรอบๆ แต่เราสามารถส่งเมลล์ หรือ โทรไปขอทำได้
นอน 16 คืน ใน 90 วัน ก็ได้ Platinum มาใช้ 1 ปี
แต่ Marriott ออกโปรแรงขึ้น ออก Status Match ที่หายไปมานานมา
คงดึงสมาชิกจากเชนอื่นเข้ามา ข้อดีเพราะ Status Match เราจะได้อัพเกรด
เป็น Platinum เลย 15 คืน ใน 90 วัน นั้นจะได้ลอง
สิทธิประโยชน์ของ Platinum เต็มๆ

สิทธิประโยชน์ ของ Marriott ก็จัดเต็ม สมกับเป็นเชนใหญ่ที่สุดในโลกนั้นแหละครับ
แต่ดีไม่สู้ Starwood ที่ไปเทคโอเวอร์ มา
ทำให้คน สมาชิก Starwood เก่าเทไปเยอะเหมือนกัน
หลักอาหารเช้า Club Lounge ที่คนชอบกัน แต่
*** ไม่ใช่ทุกแบรนด์ ทุกที่ได้นะครับ
พวก Resorts ก็จะไม่ให้ ไปอ่านรายละเอียดดีๆ ว่าที่ไหนได้ ที่ไหนไม่ได้
และพวกระดับท๊อปๆ อย่าง Ritz-Carlton แทบไม่ได้ สิทธิประโยชน์อะไรเลย
และ Ritz-Carlton Reserve + Ritz-Carlton Singapore ไม่ร่วมโปรแกรม
ที่ได้เต็มๆ คุ้มๆ นะครับจะเป็นพวก
JW Marriott, Marriott Hotels, Delta Hotels, Courtyard, Westin
Autograph Collection, Renaissance Hotels, Sheraton, Le Méridien
ถ้านอนโรงแรมกลุ่มนี้ คุ้มแน่นอนครับ ได้เลานจ์ฟรี
ส่วนมากก็เป็นระดับกลางๆ ไปทางระดับหรูหราครับ

ส่วนระดับต่อไป Titanium นอน 75 คืนเยอะมากๆ
ส่วนสิทธิประโยชน์ ไม่ได้ดีกว่า Platinum เท่าไรนะครับ
แต้มเพิ่มเป็น 75%
ได้ Titanium Elite 75-Night Annual Choice Benefit มาเพิ่มอีกรอบ
และ United® MileagePlus® Premier® Silver Status

ส่วนระดับสูงสุดที่ทำได้คือ Ambassador Elite ครับ
นอน 100 คืน + 20000 USD ต่อปี
ปีละ 650000 บาท
ที่ได้เพิ่มมา :
Your 24 คือ เช็คอิน ตอนไหน เช็คเอาท์ตอนนั้น เหมือน U Hotels
Ambassador Service คือ เหมือนบริการส่วนตัว สำหรับสมาชิกระดับ
Ambassador ของ Marriott เท่านั้นครับ แต่ล่าสุดเห็นว่า
Marriott โล๊ะทีมนี้ออกไปหมดแล้วซะงั้น – –
ผมก็งงๆ ว่ามันคุ้มตรงไหนเนี้ย

จริงๆ มีระดับลับอย่างๆ Cobalt Elite ที่ได้รับเชิญอย่างเดียวเท่านั้นครับ

แต่สิ่งที่ทำให้คนเก็บ Marriott กันเยอะ เพราะ Marriott มี Lifetime ครับ
คือสมาชิกตลอดชีพนั้นแหละ ไหนก็เก็บกัน 50 – 60 คืนเพื่อรักษา Platinum ไว้อยู่แล้ว
ก็เก็บไปเรื่อยๆ จนได้ตลอดชีพสิ ทำให้เป็นจุดเด่นของเครือนี้เลย
Lifetime Platinum อยู่ที่ 600 คืน เป็น Platinum ติดต่อกัน 10 ปี
ถ้าคิดว่านอน 600 คืนใน 10 ปีไหว ตกปีละ 60 คืน Marriott ก็จะคุ้มที่สุดครับ

IHG

ระดับสูงสุดของ IHG คือ Spire ของระบบธรรมดา
เพื่อเปิดตัวมา 3 – 4 ปี แต่สิทธิประโยชน์ให้มาน้อยกว่า เครืออื่นๆ เลยนะครับ
ต้องนอน 75 คืน และ 75000 แต้ม ครับ
ส่วนมากวิธีทำ ก็ปั่นแต้ม 75000 แต้ม เอาครับ ได้ทั้งแต้มไปแลกนอนฟรี
ได้ทั้งสถานะ ด้วย
หลักๆ ที่ได้เพิ่มมาจาก Platinum คือได้ โบนัสเพิ่ม 100%
หลักๆ ของ IHG สมาชิกจะเน้นการปั่นแต้ม เอาไปแลกนอนฟรีนะครับ
เช็คอินเร็ว 10 โมงเช้า
และ Club สำหรับ Crown Plaza เป็นตัวเลือกตอนเข้าพักนะครับ
และได้แต้ม 25000 แต้ม ปีละครั้งนะครับ
ดังนั้น IHG เป็น Platinum หรือ Spire ก็ไม่ต่างกันครับ
แต่เท่าที่ผมเข้าใจ ถ้าต่อ Ambassador ก็จะต่อ Spire ได้ให้เราเรื่อยๆนะครับ

แต่ระดับสูงสุดของ IHG จริงๆ
คือ Royal Ambassador Spire ครับ
สำหรับโรงแรมหรูหราของ IHG ล่าสุดใช้ได้กับ
Intercontinental, Regent, Kimpton นะครับ
อนาคตน่าจะมี Six Senses มาเพิ่ม

เมื่อก่อนทำง่ายกว่านี้ โกงกว่านี้
เมื่อก่อนนอน 60 คืน Intercon 10 คืน 3 ที่ ก็ได้แล้ว
เนื่องจาก Royal Ambassador Spire เป็นการเชิญเท่านั้น
แต่ละปีไม่เหมือนกัน 2018 10000 USD ที่นอนโรงแรม Intercontinental
ปี 2019 นอนถึง 15000 USD นอนที่ Intercontinental + Kimpton
ด้วยความที่ การทำแต่ละปีไม่เหมือนกัน ทำให้คนหลุด Royal ไปเยอะครับ
และทำให้ต้องย้ายเครือ ไปซบเครืออื่นไป

แต่สิทธิประโยชน์ก็ปรับลดไปพอสมควรเหมือนกัน ครับ
เมื่อก่อน Royal Ambassador Spire ดีที่สุดในบรรดาทุกเครือครับ
หลักๆ ที่ทำให้โกงคือ เช็คอิน 8 โมงเช้า และมินิบาร์ฟรีทั้งหมด เครื่องดื่ม
พูดให้นึกภาพออก ใช้กับ Intercontinental Hotel
มินิบาร์ มีเหล้าแพงๆ ขวดกลางๆ ไวน์ขวดเล็กๆ เหล้าทั้งมินิบาร์นั้นแหละครับ
ดื่มได้ฟรี ทั้งหมดเลยครับ จ่ายค่าห้อง 5000 – 10000 บาท แต่ใช้มินิบาร์
ก็ได้ 3 – 4 พันแล้ว Club Intercontinental ฟรีอีก 3500 บาท
แค่ 2 อย่างก็ท่วมค่าห้อง ไปหมดแล้ว

แต่ตอนนี้ปรับเป็น เช็คอินเร็ว 10 โมงเช้า ครับเท่า Spire
และ มินิบาร์ ได้ 50 USD ไม่แน่ใจว่าแยกจาก Ambassdor 20 USD หรือเปล่า
ถ้ารวมกันได้ 70 USD ผมว่ายังไงก็คุ้มครับ
และได้ Club Intercontinental ที่ไหนไม่มี ก็ให้อาหารเช้าแทนนะครับ

Hilton

Hilton ระดับ Diamond คือระดับสูงสุดของเครือ Hilton นะครับ
ถ้าปกติก็ต้อง นอน 30 Stay หรือ 60 คืน ส่วน 120000 แต้ม น่าจะยากครับ

วิธีที่เร็วที่สุด คือ การทำ Status Match ครับ 18 คืน ภายใน 90 วัน
อันนี้คือเพิ่มขึ้นในปีล่าสุด นี้นะครับ ทำให้ยากขึ้น
แต่ตอนนี้ Hilton ออกโปรโมทชั่น Double Reward มาครับ
มาให้ทำง่ายที่สุด แล้วนะครับ 9 คืน เท่านั้น ได้ Diamond ยาวๆ ไปจนถึง 2022

ผมว่าคุ้มมากกกก ครับสุดคุ้มแล้ว
เพราะ Hilton Gold ก็ดีแล้ว Diamond ดีกว่าเยอะครับ โบนัส 100%
และหลักๆ จะเป็น ให้ Club lounge กับโรงแรมในเครือ ครับ
หลัก Hilton จะมีแบรนด์ Hilton ค่อนข้างเยอะ และมีเลานจ์ ให้ใช้บริการครับ
การจะเก็บปีถัดไป ก็นอน 30 Stay เท่านั้น
แต่ติดที่โรงแรมในไทย ค่อนข้างน้อยครับ

และที่สำคัญ Hilton มี Lifetime ด้วย เป็น Diamond 10 ปี แต่ต้องนอน 1000 คืน
แอบโหด

Hyatt

Hyatt เก็บยากทุกระดับ Globalist เป็นระดับ ท๊อปของ Hyatt
ผมจำได้ว่า Hyatt ก่อนเปลี่ยนเป็น World of Hyatt ให้สมาชิกระดับ ท๊อป
ได้ด้วยการทำ Fast Track นอนไม่เยอะมาก เท่านี้นะครับ

ตอนนี้ปีล่าสุด Fast Track 20 คืน เยอะมาก ให้พนักงานบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นด้วย
เมื่อก่อนคนจะถือเครือใหญ่และ ถือ Hyatt ด้วยพร้อมกัน

เพราะโรงแรม Hyatt เป็นโรงแรมหรูจริงๆ ครับ
แบรนด์ Hyatt มาตรฐานโรงแรมสูงจริงครับ คนชอบกันเยอะ
แต้มก็มูลค่าสูง แลกได้หลากหลายด้วย
แต่เครือ Hyatt มีแต่โรงแรมที่ราคาค่อนข้างสูง และน้อยทำให้เก็บยาก
หลักๆ ก็ได้ Club lounge และอาหารเช้า ครับ
ถ้าเก็บตามปกติ 60 คืนจะได้ Free Night,
4 Suite Upgrade Awards, 5,000 Bonus Points มาด้วย

ถ้ามี Hyatt Place เยอะๆ จะเก็บง่ายขึ้นเยอะนะครับ

Hyatt มี Lifetime ด้วย แต่เก็บ 1 ล้านแต้ม เยอะมาก – -“

4. ข้อดี และ ข้อเสีย (ความเห็นของผมนะครับ)

ข้อดี ข้อเสีย ก็ตามตารางที่ผมสรุปไว้ให้เลยนะครับ

5. ข้อสรุป

ผลเหตุ ที่ผมเลือกถือ IHG

ผมอยากพักโรงแรมหรูๆ บ้างระดับ Ultra Luxury Hotel หรือ Luxury Hotel ในราคาที่จ่ายได้ครับ

ที่ไม่เก็บ Marriott เพราะเก็บ 50 คืนทุกปีไม่ไหว ครับ ถ้าช่วงปกติไม่นอนทิ้ง
แบบ Status Match 10 – 15 คืน ไปนอนหัวหิน หรือ พัทยา
ต้องจ่าย 50 คืน x 5000 บาท = 250000 บาทเลยนะครับ

ไปญี่ปุ่น โรงแรม Ritz-Carlton JW Marriott คืนละ 2 – 3 หมื่นบาท
1 ทริป ผมไปญี่ปุ่น ต่อให้มีแต้มแลกนอนฟรี อาจจะยังต้องนอน อีก 3 – 4 คืน
ต้องจ่ายเพิ่มอีก 3 – 6 หมื่นบาทต่อทริป
แถมไม่ได้ Benefits อย่าง Club หรือ อาหารเช้าจาก Ritz-Carlton ด้วย
แล้วโรงแรมระดับกลางๆ อย่าง AC Alof Tokyo คืนละเกือบ 1 หมื่น ไม่ไหวแน่นอนครับ
เกรดน้อยกว่า แต่แพงกว่าโรงแรมอย่าง Intercontinental อีก

ถ้าไป Singapore ผมต้อง ลดเกรดเพื่อเอา Benefits ไปนอนโรงแรมอื่น
ที่ไม่ใช่ Ritz-Carlton ผมรู้สึกว่าไม่แฟร์เท่าไร

อย่างที่ผมบอกไป IHG คือแนว Pump and Burn
นอนปั้มแต้ม ปั้มโปรโมชั่น สะสมแต้ม นอนในไทย มีโรงแรมให้เลือกเยอะ
Holiday Inn Intercontinental ราคากลางๆ ก็มี แพงก็มี

สะสมแต้มไปนอนต่างประเทศยาวๆ แต่ความสุดยอดของ Ambassador
คือ BOGO นั้นแหละ ลดราคา 50% เอาไปนอนโรงแรมหรูๆ เมื่อก่อน
ได้แค่ Intercontinental นอนเสาร์ อาทิตย์ ถ้าปรับได้ทุกวัน
เหมือน Kimpton หรือ Regent มันคุ้มมากๆ ไป 2 คน
มี BOGO 2 ใบ นอนโรงแรมอัพเป็นสวีท ได้ 4 คืนตก 1 – 3 หมื่นเท่านั้น
ที่เหลือ ใช้แต้มแลกนอนฟรียังเหลือๆ ทริปนั้นจะได้นอน 5 ดาวเป็น
ทริปหรูทุกคืนไปเลย

ด้วย Platinum = Spire ทำให้เราไม่ต้องกดดันต้องรักษาสถานะไว้ด้วย
ไม่ต้องพยายามนอนอัดเยอะๆ สะสมแต้มเพื่อรักษาสถานะทุกปี

IHG อยากจะเก็บถึง Royal Ambassdor เลย
แต่ถ้าเป็น Royal Ambassador ก็จะกดดันเหมือนกัน นอนหลายแสนต่อปี
แต่ถ้าปั่น Royal รูปแบบการใช้แต้มจะเปลี่ยนไปครับ
เพราะ Royal ต้องนอนจ่าย นอน Intercon เป็นหลัก ได้แต้มกลับมาหลายแสนแต้มเหมือนกัน
แต้มที่ใช้แลกจะกลายเป็น แลกเอาตั๋วเครื่องบิน เพือบินฟรีแทน ถึงจะไม่ค่อยคุ้ม

ส่วน Hilton จริงๆ น่าสนใจอยู่นะครับ แต่ในไทย Hilton โรงแรมในไทยมีน้อยไปครับ
Hilton Pattaya ราคาค่อนข้างแรง แต่ถ้าไม่มี IHG ผมอาจจะเลือก Hilton ครับ

ดังนั้นสรุป ว่าจะเก็บเครือไหน ต้องเอาที่เราจ่ายไหวครับ ไม่งั้น Match มาได้
ถ้าไม่ได้ไปนอนเลย หรือ ใช้เลย ก็หมดไป ลองใช้ 1 ปี

เงินที่เราจ่ายเพื่อปั้นสถานะ หรือ เอาไปนอน เอาเงินไปจ่ายในเครือที่เราสังกัดอยู่
ดูจะคุ้มค่ากว่านะครับ

แต่ช่วงนี้เป็น ช่วงที่ดี ที่เราจะได้ลองพักหลายๆ เครือ ดูการบริการนะครับ

หลักถ้าให้เลือกเชนที่เราจะสังกัด หรือ พักประจำ ผมแนะนำให้เลือกจาก

ที่เราจ่ายไหว + การบริการ เป็นหลักครับ

Choose an amount

Or enter a custom amount

$