Marriott Bonvoy สมาชิกโรงแรมเครือ Marriott (Marriott, Sheraton, Ritz-Carlton) 2026

เครือ Marriott ได้เป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งจำนวนห้อง และ จำนวนโรงแรม

โปรแกรมสมาชิกของเครือ Marriott มีชื่อว่า Marriott Bonvoy โดย Marriott ได้ใช้โปรแกรมมาสักพักแล้วนะครับ
และมีการปรับ อัพเดทโปรแกรมอยู่เรื่อยๆ

Marriott Bonvoy เป็นโปรแกรมสมาชิกโรงแรม ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในโลก มีจำนวนมากถึง 270 ล้านคนแล้วนะครับ

Marriott Bonvoy มีรายละเอียดของโปรแกรมสูงมากๆ เพราะสิทธิประโยชน์ แต่ละโรงแรมให้ไม่เหมือนกัน
กลุ่ม Luxury Hotel ให้อีกแบบ กลุ่ม Upscale Hotel ให้อีกแบบ กลุ่ม Midscale ให้อีก
จึงอยากทำให้ครอบคลุมและ ข้อมูลละเอียดที่สุดครับ

เนื่องจากในไทยมีสมาชิกเครือนี้ ค่อนข้างเยอะ หากผิดพลาดตรงไหนแจ้งมาได้นะครับ จะแก้ไขเพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุดครับ

ในบทความนี้ จะมีเนื้อหา ดังนี้ ครับ
– เกี่ยวกับเครือโรงแรม Marriott
– ระบบสมาชิก ระดับต่างๆ ของ Marriott
– การสะสมแต้ม การแลกใช้แต้ม
– โปรโมชั่น

1. ข้อมูลเกี่ยวกับ เครือโรงแรม Marriott

Marriott International เป็นเครือโรงแรมของอเมริกา ตอนนี้เป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ
ปี 2026 จำนวนโรงแรมราวๆ 9,000 แห่ง จำนวนห้องสูงถึง 1,650,000 ห้อง มีจำนวนโรงแรมระดับหรูหราเยอะที่สุด

  
มีแบรนด์ในเครือ ผมจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. Luxury Hotel มีแบรนด์ ในกลุ่มโรงแรมหรูหรา 6 แบรนด์ เป็นการรวมเครือ Marriott + Starwood + Ritz-Carlton เข้าด้วยกัน
คือ

1.1 The Ritz-Carlton เป็นแบรนด์โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ที่อยู่ในกลุ่มสูงสุดของเครือ Marriott แล้วครับ อยู่ที่ตั้งที่ ดีที่สุดของเมือง บริการที่ดีที่สุด รวมถึงราคาระดับสูงด้วย โดยตกแต่ง ที่เน้นความหรูหราแบบคลาสสิก

โดยมีแบรนด์ย่อยลงมาเป็น The Ritz-Carlton Reserve ที่เน้นความสันโดษ ความเป็นส่วนตัวสูงสุด และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

1.2 St. Regis ต้องบอกว่าเป็นแบรนด์ระดับ Ultra-Luxury St. Regis จะเปรียบเสมือน ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมานานครับ มีบริการ จาก St. Regis Butler ตลอด 24 ชั่วโมง

1.3 JW Marriott อันนี้เป็นโรงแรมระดับ Luxury ของเครือ Marriott แต่จะเน้นไปที่ความสมดุลระหว่าง “การทำงาน” และ “การพักผ่อน” ดีไซน์มักจะเน้นความโปร่ง สบาย ตา ใช้สีโทนธรรมชาติ และเน้นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกสงบ เหมาะสำหรับทั้งการมาเจรจาธุรกิจและการพาครอบครัวมาพักผ่อน

1.4 The Luxury Collection อันนี้เป็นโรงแรมระดับ Luxury ของเครือ Marriott โรงแรมในกลุ่มนี้แต่ละแห่งจะมีชื่อเป็นของตัวเองและมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก่อน แขกที่มาพักจะรู้สึกว่าไม่ได้แค่มานอนโรงแรม แต่มาเพื่อสัมผัส “เรื่องราว” ของสถานที่นั้นจริงๆ

1.5 EDITION คือแบรนด์ระดับ Lifestyle Luxury ออกแบบใหม่ให้เข้ากับบริบทของเมืองนั้นๆ โดยมีหัวใจสำคัญคือ “The Lobby” ที่ต้องเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่ที่เช็คอิน แต่เป็นที่แฮงเอาท์ของคนในพื้นที่ด้วย การตกแต่งของ EDITION จะเน้นความเรียบหรูแบบสุดทาง

1.6 W Hotel แบรนด์นี้ คือแบรนด์ระดับ Lifestyle Luxury ที่เน้นพลังงาน ความทันสมัย และดนตรี โดยฉีกภาพลักษณ์โรงแรมหรูแบบเดิมที่ต้องนิ่งและเงียบ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นครับ การตกแต่งของ W จะเน้นสีสันที่ฉูดฉาด การใช้ไฟ LED และงานดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย

2. Premium Hotel ในไทยจัดกลุ่มนี้ไว้ 5 ดาวเหมือนกัน มี 13 แบรนด์

2.1 Marriott Hotels แบรนด์นี้จัดอยู่ในกลุ่ม Premium แบรนด์ที่เป็น Flagship หรือแบรนด์ต้นกำเนิดและเป็นตัวแทนหลักของเครือ Marriott ซึ่งเน้นความน่าเชื่อถือ มาตรฐานที่สม่ำเสมอ และตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกมิติ

2.2 Sheraton แบรนด์นี้จัดอยู่ในกลุ่ม Premium โรงแรมที่เน้น “ความคุ้นเคยและความสะดวกสบาย” โดยเน้นให้พื้นที่ล็อบบี้เป็นเหมือน “ห้องนั่งเล่นของชุมชน” จะมีที่นั่งแบบ Community Tables ที่ออกแบบมาอย่างดี มีปลั๊กไฟ มีแสงสว่างที่เหมาะกับการนั่งทำงานหรือคุยธุรกิจ พร้อมกับบรรยากาศที่ดูเป็นกันเองมากกว่าโรงแรมธุรกิจแบบเดิม

2.3 Marriott Vacation Club เป็นแบรนด์ในรูปแบบ Vacation Ownership หรือ Timeshare ที่เน้นกลุ่มครอบครัวและการพักผ่อนระยะยาวครับ

2.4 Delta Hotels เป็นแบรนด์ในระดับ Premium Delta จะไม่เน้นความหรูหราอลังการ แต่เน้นการใช้งานที่ “ลื่นไหล” ห้องพักถูกออกแบบมาให้ทันสมัย มีปลั๊กไฟเยอะ มีโต๊ะทำงานที่ดี และห้องน้ำที่สะอาดสะอ้าน เน้นตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกครับ

2.5 Westin Hotels & Resorts เป็นแบรนด์ระดับ Premium โดยเน้นเรื่อง “Well-being” หรือการมีสุขภาวะที่ดีของผู้เข้าพัก เหมาะสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ รักสุขภาพ และอยากตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นหลังจากคืนที่นอนหลับสบายที่สุด

2.6 Le Méridien เป็นแบรนด์ระดับ Premium ที่มีต้นกำเนิดมาจากสายการบิน Air France การเดินทางคือการค้นพบสิ่งใหม่ๆ โรงแรมจึงพยายามเป็นประตูนําแขกไปสู่ศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ ผ่านมุมมองที่เก๋และทันสมัย

2.7 Renaissance Hotels เป็นแบรนด์ระดับ Premium เป็นโรงแรมสำหรับ “The Discoverer” หรือนักเดินทางที่ชอบค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การมานอนพัก แต่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณของย่านนั้นจริงๆ

2.8 Gaylord Hotels เป็นแบรนด์ระดับ Premium Gaylord ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ระดับโลกครับ ทุกสาขาจะมีพื้นที่จัดประชุมและศูนย์นิทรรศการที่กว้างขวางมาก พร้อมด้วยห้องพักจำนวนมหาศาล

อีก 5 แบรนด์ของ กลุ่ม Premium จะเป็น Hotel Collections แบรนด์นะครับ เป็น Conversion แบรนด์เอาไว้ให้นอกเชน มาเข้ากลุ่ม

2.9 Autograph Collection เป็นแบรนด์ในระดับ Premium แบบ Conversion คือการรวบรวมโรงแรมอิสระ (Independent Hotels) ที่มีดีไซน์และบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร แต่ยังคงมาตรฐานการบริการและสิทธิประโยชน์ในเครือ Marriott ไว้ครับ

2.10 Tribute Portfolio เป็นแบรนด์ในระดับ Premium แบบ Conversion คือเป็นการรวบรวมโรงแรมอิสระ (Independent Hotels) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเข้าไว้ด้วยกัน แต่จะมีบุคลิกที่ “สนุกสนาน สดใส และเน้นการเชื่อมโยงกับชุมชน” มากกว่า

2.11 Design Hotels คือการรวมกลุ่มโรงแรมอิสระทั่วโลกที่มีความโดดเด่นด้าน สถาปัตยกรรม (Architecture) และ การออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) โดยมีเจ้าของโรงแรมที่เรียกว่า “Originals” ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างโรงแรมให้เป็นงานศิลปะครับ

2.12 MGM Collection with Marriott Bonvoy เป็นความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ (Strategic Licensing Agreement) ระหว่าง Marriott International และ MGM Resorts International เพื่อนำโรงแรมและรีสอร์ทระดับโลกในเครือ MGM เข้ามาอยู่ในระบบการจองและสะสมคะแนนของ Marriott Bonvoy ครับ

2.13 Outdoor Collection นี่คือกลุ่มบริการใหม่ล่าสุดจาก Marriott ที่ขยับขยายจากการพักใน “อาคารโรงแรม” แบบเดิม ๆ ไปสู่การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในรูปแบบ Luxury Glamping หรือ Outdoor Hospitality ครับ

แบรนด์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ “Back to Nature” แต่ยังคงความสะดวกสบายระดับพรีเมียมไว้ตามมาตรฐานของ Marriott Bonvoy

3. Select Hotel กลุ่มโรงแรมระดับ 4 ดาว

3.1 Courtyard by Marriott จัดเป็นแบรนด์ระดับ Select สำหรับ คนที่เดินทางเพื่อเป้าหมายบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการมาทำธุระสำคัญครับ ห้องพักของ Courtyard จะถูกออกแบบให้มีโซนทำงานที่ชัดเจน (Work Space) และเตียงนอนที่นุ่มสบาย ดีไซน์จะเน้นความโปร่งและโทนสีที่ให้พลังงาน สไตล์โมเดิร์นที่ดูสะอาดตา ไม่ซับซ้อน

3.2 Four Points by Sheraton จัดอยู่ในกลุ่ม Select แบรนด์นี้มักเป็นที่ชื่นชอบของนักเดินทางที่ต้องการความคุ้มค่าและความสะดวกสบายแบบไม่ต้องมีพิธีรีตองครับ ต่จะเน้นความอุ่นใจเหมือนอยู่บ้าน ห้องพักสะอาด เตียงนอนคุณภาพดี และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบถ้วน เป็นแบรนด์ที่เน้นมาตรฐานที่วางใจได้ในราคาที่จับต้องได้ง่ายครับ

3.3 SpringHill Suites เป็นแบรนด์ระดับ Select โดยเป็นแบรนด์ที่ให้บริการห้องพักรูปแบบ All-Suites ทั้งหมด ในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้ง่าย

3.4 Fairfield by Marriott เป็นแบรนด์ระดับ Select ที่เน้นความ “เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ” เหมาะสำหรับนักเดินทางที่มองหา “มาตรฐานการพักผ่อนที่ไว้ใจได้ในราคาประหยัด” เป็นโรงแรมที่เน้นความสะอาด ความสบาย และการบริการที่ตรงไปตรงมาครับ

3.5 Aloft Hotels เป็นแบรนด์ระดับ Select โรงแรมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักใน ดนตรี ดีไซน์ และเทคโนโลยี บรรยากาศจะคึกคักเหมือนคลับเล็ก ๆ ที่มีเครื่องดื่มค็อกเทลเก๋ ๆ และโต๊ะพูลให้เล่นครับ W XYZ® bar: บาร์ที่เป็นศูนย์กลางของโรงแรม

3.6 Moxy Hotels เป็นแบรนด์ระดับ Select ที่เน้นความสนุกสนานและมีพลังมากที่สุดครับ โดยมาพร้อมคอนเซปต์ “Play On” ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของโรงแรมแบบดั้งเดิม เช็คอินที่บาร์ และมักจะได้รับ “ค็อกเทล” เป็นการต้อนรับทันที ล็อบบี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งเกม โต๊ะพูล มุมนั่งทำงาน และบาร์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

3.7 citizenM เป็นแบรนด์ระดับ Select ห้องพักของ citizenM ถูกออกแบบมาให้มี “ขนาดเดียว” และ “มาตรฐานเดียว” ทั่วโลกครับ ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เนอร์ (ส่วนใหญ่ใช้แบรนด์ Vitra) มีหนังสือศิลปะ งานออกแบบ และมุมทำงานที่สวยงามมาก

3.8 AC Hotels by Marriott เป็นแบรนด์ระดับ Select การตกแต่งของ AC จะเน้นความเรียบง่ายแต่ดูแพง (Sophisticated) ใช้โทนสีที่เป็นกลาง เช่น เทา ดำ ขาว และไม้ เส้นสายสถาปัตยกรรมจะสะอาดตามาก ไม่มีของตกแต่งที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบและการจัดระเบียบที่ดีครับ

3.9 Protea Hotels เป็นแบรนด์ระดับ Select เป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในทวีป แอฟริกา เอกลักษณ์การบริการที่เน้นความอบอุ่น เป็นมิตร และสะท้อนถึงวัฒนธรรมการต้อนรับของชาวแอฟริกัน อาหารในโรงแรมมักจะมีเมนูท้องถิ่นยอดนิยมผสมผสานกับอาหารนานาชาติ เพื่อให้แขกได้สัมผัสรสชาติของพื้นที่นั้นจริงๆ

4. Midscale กลุ่มโรงแรมระดับ 3 ดาว Marriott พัฒนาเพื่อขยายตลาดในกลุ่ม โรงแรม 3 ดาว มี 3 แบรนด์ ด้วยกัน

4.1 City Express by Marriott เป็นแบรนด์ในระดับ Midscale โดย Marriott ได้เข้าซื้อกิจการนี้มาจากเครือโรงแรมในเม็กซิโกเพื่อบุกตลาดในภูมิภาคลาตินอเมริกา แบรนด์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อนักเดินทางที่ต้องการที่พักที่สะอาด ปลอดภัย และราคาประหยัด โดยตัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกินความจำเป็นออกไป

4.2 Four Points Flex by Sheraton เป็นแบรนด์น้องใหม่ล่าสุดในกลุ่ม Midscale แบรนด์นี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของ Four Points by Sheraton โดยคำว่า “Flex” สื่อถึงความยืดหยุ่นและการมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ (Essentials) สำหรับนักเดินทาง

4.3 Series by Marriott เป็นการรวมกลุ่มแบรนด์ในระดับ Midscale คำว่า “Series” ในที่นี้มักจะหมายถึงแบรนด์ที่เน้นความเป็นมาตรฐาน เข้าถึงง่าย และตั้งอยู่ในทำเลที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน (เช่น ใกล้สถานีรถไฟ ใกล้ทางหลวง หรือย่านธุรกิจท้องถิ่น)


5. Long Stay Hotel เป็นกลุ่ม พักระยะยาวนะครับ นอกจากนี้ยังมี เช่าบ้านเป็นหลังๆ ด้วย

5.1 Apartments by Marriott Bonvoy เป็นแบรนด์ในกลุ่ม Luxury ที่เน้นตอบโจทย์การพักอาศัยแบบ “ระยะยาว” (Extended Stay) โดยเน้นความเป็นส่วนตัวเหมือนอยู่บ้าน แต่ยังคงความหรูหราและบริการระดับมาตรฐานของ Marriott

5.2 Marriott Executive Apartments เป็นแบรนด์ในระดับ Premium ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การพักอาศัยระยะยาว (Extended Stay) โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารหรือครอบครัวที่ต้องย้ายไปทำงานในต่างถิ่นเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นปี

5.3 Homes & Villas by Marriott Bonvoy เป็นแพลตฟอร์มการเช่าที่พักระดับ Premium และ Luxury ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ซึ่งไม่ใช่โรงแรม แต่เป็น “บ้านพักและวิลล่าส่วนตัว” ทั่วโลก

5.4 TownePlace Suites by Marriott จัดอยู่ในกลุ่ม Select ที่เน้นการพักอาศัยแบบ ระยะยาว (Extended Stay) ภายใต้คอนเซปต์ “Real Living” แบรนด์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักเดินทางที่ต้องห่างบ้านนาน ๆ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและมีระเบียบที่สุดครับ

5.5 Element Hotels เป็นแบรนด์ระดับ Select ในเครือ Marriott ที่ฉีกแนวออกมาด้วยคอนเซปต์ “Nature-Inspired & Eco-Conscious” ครับ โดยเน้นเรื่อง สุขภาพ (Wellness) และ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นหลัก

5.6 StudioRes เป็นแบรนด์ในกลุ่ม Midscale ของ Marriott International ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นการเข้าพักแบบ “ระยะยาวมาก” (Long-term Stay) ในราคาประหยัดที่สุดเท่าที่ Marriott เคยทำมา

โฆษณา

2. ระดับสมาชิกต่างๆ ของเครือ Marriott Bonvoy

Member Status เป็นสมาชิกระดับ เริ่มต้นสุด สิทธิประโยชน์ที่ได้
– ฟรี อินเตอร์เนต
– เรทสมาชิก
– โมบายเช็คอิน เช็คเอาท์

Silver Elite นอนครบ 10 คืนต่อปี
– ได้แต้มเพิ่มอีก 10 %
– แถวพิเศษ สำหรับสมาชิก ตอนเช็คอิน
– เลท เช็คเอาท์บ่าย 2

Gold Elite นอนครบ 25 คืนต่อปี
– ได้แต้มเพิ่มอีก 25 %
– แถวพิเศษ สำหรับสมาชิก ตอนเช็คอิน
– เลท เช็คเอาท์บ่าย 2
– อัพเกรดห้อง
– ได้แต้ม เป็นของขวัญ 500 แต้ม หรือ 250 แต้ม ขึ้นกับแบรนด์

Platinum Elite นอนครบ 50 คืนต่อปี หรือ การทำ Fast Track 16 คืน ภายใน 3 เดือน                                                                               
– ได้แต้มเพิ่มอีก 50 %
– แถวพิเศษ สำหรับสมาชิก ตอนเช็คอิน
– เลท เช็คเอาท์บ่าย 4
– อัพเกรดห้อง มีโอกาสอัพเกรดถึง ห้องสวีท
– ของขวัญ มีฟรีอาหารเช้า บางแห่ง หรือ เป็นเครดิตเงินสด
– เข้า Club Lounge ตามเงื่อนไข
– อัพเกรดห้องสวีทได้ 5 ครั้ง อันนี้ตอนนี้ 50 คืนเท่านั้นนะครับ

Titanium Elite นอนครบ 75 คืน ต่อปี
– ได้แต้มเพิ่มอีก 75 %
– แถวพิเศษ สำหรับสมาชิก ตอนเช็คอิน
– เลท เช็คเอาท์บ่าย 4
– อัพเกรดห้อง มีโอกาสอัพเกรดถึง ห้องสวีท
– ของขวัญ มีฟรีอาหารเช้า บางแห่ง หรือ เป็นเครดิตเงินสด
– เข้า Club Lounge ตามเงื่อนไข
– อัพเกรดห้องสวีทได้ 5 ครั้ง อันนี้ตอนนี้ 75 คืนเท่านั้นนะครับ
– 48-Hour Guarantee การันตีมีห้องว่าง 48 ชั่วโมง ก่อนวันเข้าพัก

Ambassador Elite นอนครบ 100 คืน + ใช้จ่าย 23,000 USD ต่อปี
– ได้แต้มเพิ่มอีก 75 %
– แถวพิเศษ สำหรับสมาชิก ตอนเช็คอิน
– เลท เช็คเอาท์บ่าย 4
– อัพเกรดห้อง มีโอกาสอัพเกรดถึง ห้องสวีท
– ของขวัญ มีฟรีอาหารเช้า บางแห่ง หรือ เป็นเครดิตเงินสด
– เข้า Club Lounge ตามเงื่อนไข
– อัพเกรดห้องสวีทได้ 5 ครั้ง อันนี้ตอนนี้ 75 คืนเท่านั้นนะครับ
– 48-Hour Guarantee การันตีมีห้องว่าง 48 ชั่วโมง ก่อนวันเข้าพัก
– Ambassador Service โทรศัพท์สายพิเศษบริการทุกอย่าง จองห้องพัก
– Your 24 เช็คอิน เมื่อไรก็ได้ แต่ก็เช็คเอาท์ เวลานั้น เหมือนของ U

ระดับสมาชิก Lifetime ก็คือเป็นสมาชิกตลอดชีวิตครับ แต่ก็นอนเยอะมาก เก็บกัน 10 ปี

โฆษณา

จะเห็นได้ว่าสิทธิประโยชน์ ส่วนมากจะอยู่ตั้งแต่ระดับ Platinum ขึ้นไป และจะมีแยกย่อยแต่ละโรงแรมอีกด้วย
เริ่มจาก
1. Club lounge
เข้าไม่ได้ทุกแบรนด์ของ เชนนะครับ และบางโรงแรม ไม่เข้าร่วมโปรแกรมของ Marriott เลยก็มี อย่าง Ritz-Carlton Singapore จะพูดอีกที่ตอนหลังนะครับ

แบรนด์ที่ให้ Club Lounge ฟรีสำหรับสมาชิก Platinum ขึ้นไปมีดังนี้
JW Marriott, Marriott Hotels, Delta Hotels, Autograph Collection, Renaissance Hotels
ยกเว้น Resort นะครับ
: ถ้า ไม่มี Club lounge จะเสนออาหารเช้าฟรีสำหรับ 2 ท่าน หรือ 750 แต้ม
Courtyard
: ถ้า ไม่มี Club lounge จะเสนออาหารเช้าฟรีสำหรับ 2 ท่าน
Sheraton, Le Méridien, Westin : ถ้าไม่มีก็จะได้อาหารเช้าจาก Welcome Gift ครับ

โฆษณา



2. Welcome Gift

สิทธิประโยชน์ Welcome Gift ที่ให้ สำหรับสมาชิก Platinum ขึ้นไปมีดังนี้

Marriott Hotels, JW Marriott, Delta Hotels, Autograph Collection, Renaissance Hotels

ประเทศ United States, Canada, Europe : 1000 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD
ประเทศ Asia, Australia, Pacific Islands, Caribbean, Mexico, Central America, South America, Middle East, and Africa
: 1000 แต้ม หรือ F&B

สำหรับ รีสอร์ต

ประเทศ United States, Canada, Europe : 1000 แต้ม หรือ อาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน
ประเทศ Asia, Australia, Pacific Islands, Caribbean, Mexico, Central America, South America, Middle East, and Africa
: 1000 แต้ม หรือ F&B หรือ อาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน

Gaylord Hotels

: 1000 แต้ม หรือ เครดิต 10 USD ต่อ Stay

Outdoor Collection by Marriott Bonvoy

: 1000 แต้ม หรือ เครดิต 10 USD ต่อคืน


Le Méridien, Sheraton, St. Regis, The Luxury Collection, Tribute Portfolio, W Hotels, Westin

: 1000 แต้ม หรือ ของที่ระลึก หรือ อาหารเช้าฟรีสำหรับ 2 คน

Apartments by Marriott Bonvoy, Design Hotels™, EDITION, Homes & Villas by Marriott Bonvoy, Marriott Grand Residence Club, Marriott Vacation Club, Ritz-Carlton Reserve, Sheraton Vacation Club, The Ritz-Carlton, Westin Vacation Club

: 1000 แต้มเท่านั้น!!

โรงแรมไม่ร่วมโครงการ
●      The Ritz-Carlton, Millennia Singapore
●      The Ritz-Carlton Residences properties, except as noted above
●      The following partner properties:

○      Hotel Ritz-London – London, UK
○      Bulgari Hotels and Resorts – all locations

Courtyard

ประเทศ United States, Canada, Europe : 500 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD ต่อคืน
ประเทศ Asia, Australia, Pacific Islands, Caribbean, Mexico, Central America, South America, Middle East, and Africa
: 500 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD ต่อคืน

สำหรับ รีสอร์ต

ประเทศ United States, Canada, Europe : 500 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD ต่อคืน
ประเทศ Asia, Australia, Pacific Islands, Caribbean, Mexico, Central America, South America, Middle East, and Africa
: 500 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD ต่อคืน

สำหรับโรงแรมที่มีเลานจ์ : 500 แต้ม หรือ อาหารเช้าในเลานจ์ ถ้าเลานจ์ปิด อาหารเช้าฟรี สำหรับ 2 ท่าน

AC Hotels, citizenM, Moxy Hotels

ประเทศ United States, Canada, Europe : 500 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD ต่อคืน
ประเทศ Asia, Australia, Pacific Islands, Caribbean, Mexico, Central America, South America, Middle East, and Africa
: 500 แต้ม หรือ เครดิตอาหาร 10 USD ต่อคืน

Fairfield, Residence Inn, SpringHill Suites, TownePlace Suite

: 500 แต้ม หรือ F&B

Aloft, Four Points

: 500 แต้ม หรือ อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

Protea Hotels

: 500 แต้ม หรือ อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

Four Points Flex, Series by Marriott

: 500 แต้ม หรือ อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

City Express

ประเทศ United States, Canada: 500 แต้ม
At City Centro locations : อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน

Element

: 500 แต้ม หรือ F&B

โฆษณา

3. การสะสมแต้ม หรือ Point

โดยปกติแบรนด์ทั่วไป จะได้ จะได้ 10 แต้ม ต่อ 1 USD
เพิ่มเติมมาก็จากระดับ Silver 10% / Gold  25% / Platinum 50% / Titanium 75%

Residence Inn, Towneplace Suite, element, Homes & Villas, Marriott Executive Apartments และ Apartments By Marriott
จะได้ 5 แต้ม ต่อ 1 USD

Protea Hotels, City Express By Marriott, Series by Marriott และ Four Points Flex By Sheraton
จะได้ 5 แต้ม ต่อ 1 USD นอน 2 คืนติดต่อกัน นับเป็น 1 ไนท์

StudioRes จะได้ 4 แต้ม ต่อ 1 USD นอน 2 คืนติดต่อกัน นับเป็น 1 ไนท์

การซื้อแต้ม ช่วงที่คุ้มที่สุด ในตอนนี้ คือ ซื้อลดราคา 30%

50000 แต้ม 437.5 USD
คิดตกแต้มละ 0.27 บาทต่อแต้มครับ

4. การแลกแต้ม หรือ Redeem

4.1 แต้มที่ได้มา คุ้มที่สุด คือการแลกนอนฟรี ตอนนี้ Marriott ได้ทำการเปลี่ยนการแลกแต้มนอนฟรี
เป็นแบบ Peak-off Peak ก็คือช่วงท่องเที่ยว หรือ ช่วงพีคแล้ว
แต่ดูตารางมันก็พีคเกือบหมดเลยแฮะ ช่วงเสาร์ อาทิตย์ ก็โดน Peak กันไป

Peak & Off Peak Awards

สามารถเช็คได้นะครับว่าโรงแรมไหน อยู่ Category ไหน
https://www.marriott.com/loyalty/redeem/hotel-redemption.mi
ผมลองเอาตารางแลกแต้มในไทย บางส่วนมาให้ดูกันครับ

Cash + Points

โฆษณา

Marriott Bonvoy X Krisflyer

Marriott Bonvoy Status Match​

สำหรับสมาชิก Krisflyer

สมาชิก KrisFlyer Elite Silver 
เข้าพัก Marriott 3 คืน ภายใน 6 เดือน
จะได้สถานะ Marriott Silver Elite

สมาชิก KrisFlyer Elite Gold สมัครโปร
จะได้สถานะ Marriott Gold Elite 1 ปี หมดอายุ กุมภาพันธ์ 2025
เข้าพัก Marriott 10 คืน ภายใน 6 เดือน
จะได้สถานะ Marriott Platinum Elite

ทางไปสมัคร : http://bit.ly/3v7IvG4

Krisflyer Status Match

สำหรับสมาชิก Marriott Bonvoy

สมาชิก Marriott Bonvoy Gold Elite
เมื่อบิน 2 ไฟท์ ภายใน 6 เดือน
จะได้สถานะ KrisFlyer Elite Silver 

สมาชิก Marriott Bonvoy Platinum Elite ขึ้นไป
เมื่อสมัครจะได้ จะได้สถานนะ KrisFlyer Elite Silver 1 ปี
เมื่อบิน 4 ไฟท์ ภายใน 6 เดือน
จะได้สถานะ KrisFlyer Elite Gold

Award tickets and codeshare flights ไม่นับนะครับ

ทางไปสมัคร : https://prf.hn/l/vwQNMeM

โฆษณา

5. โปรโมชั่น ต้นปี กลางปี ปลายปี

Marriott หลักๆ ก็จะมีโปรโมชั่น ช่วง Q1 – Q2 ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปีนะครับ


โบนัส 2,500 แต้ม ต่อ 1 Stay
+ 1 โบนัสไนท์ ต่อ 1 แบรนด์!!!

โฆษณา